1. ศาสนามีพื้นฐานจริยธรรมบ่งชี้ความดี ความถูกต้อง ความงดงาม บุญกุศลศาสนานำแก่นสารของจริยธรรมมาประกอบเป็นหลักธรรมคำสอน ศาสนา ทำหน้าที่หาข้อจริยธรรมออกมาเป็นสิ่งที่ปฏิบัติ เป็นข้อกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
2. ศาสนาและจริยธรรมมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่สามารถแยก รายละเอียดออกจากกันศาสนาเปรียบเสมือนคลอง จริยธรรมเปรียบเหมือนน้ำคลอง ช่วยทำลายน้ำให้ไหลไปสู่จุดหมายปลายทาง ถ้าคลองปราศจากน้ำย่อมเหือดแห้ง ไร้ค่า จริยธรรมจึงเป็นคุณค่าของศาสนาทำให้ศาสนาดำรงสืบทอดได้ตลอดไป
3. ศาสนาเสื่อมแต่จริยธรรมทางสภาพ คำว่า ศาสนาประกอบด้วยหลาย องค์ประกอบ “หลักธรรม” เป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่ง จริยธรรมเป็น คุณค่า ที่ถาวรไม่มีสิ่งใดลบล้างได้ บุคลผู้ดูแลศาสนา ที่เรียกว่า “พระ” ศาสนิกชนมีความรู้สึก ว่าเป็นสัญลักษณ์ เป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป ฉะนั้นพระสงฆ์ ต้องรำรวมให้มาก มิฉะนั้นจะไม่มีใครใส่บาตรให้ฉัน พระพุทธ พระธรรม ไม่เสื่อมอยู่แล้ว พุทธศาสนา จึงคงหลักธรรมไว้เป็นจริยธรรม คุณธรรม ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้
4. ศาสนาจัดระเบียบของจริยธรรมให้ง่ายต่อการตัดสินใจปฏิบัติ จริยธรรมมี รายละเอียดปลีกย่อยมาก สามารถใช้เหตุผลวิเคราะห์ ดี-ชั่ว ถูก-ผิด ควร-ไม่ควร ได้หลายทางตามสภาพเหตุการณ์แวดล้อม จึงมีความยุ่งยากในการจะตัดสินว่าสิ่งใด มี จริยธรรมหรือไม่ หรือ มีมากน้อยเพียงใด ดังนั้นจึงสร้างระเบียบวินัย ขึ้นในสังคม เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ
5. ศาสนาและจริยธรรมสร้างสันติสุขขึ้นในโลก ศาสนาและจริยธรรมประสาน สัมพันธ์กันปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีใจจิตใจคน ขยายขอบเขตกว้างออกไป เอื้อ ประโยชน์ ์แก่ผู้อื่น ด้วยการให้ความรัก เมตตากรุณา ให้อภัยปรารถนาดีต่อกัน จริยธรรม สร้างความสัมพันธ์อันดีในมวลมนุษย์ชาติทำให้เกิดหลักศาสนาความ สัมพันธ์ ของมนุษย์ กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
6. ศาสนาและจริยธรรมมีปรัชญาคุณธรรม (Virtue philosophy) เป็นแก่สารที่มี แตกต่างกันไปตามพื้นฐานความรู้ของศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งสามารถตีความได้ดังนี้ เทวศาสตร์ (Theology) ตีความว่าศาสนา คือ ความต่อเนื่องคุณธรรมที่มีพื้นฐาน อำนาจปาฏิหาริย์ หรือเทวโอกงการ ด้านจริยศาสตร์ ตีความว่าจริยธรรม คือ คุณความดีที่พึงประพฤติปฏิบัติ คุณค่าที่เสริมสร้างความบริสุทธิ์สมบูรณ์ให้แก่บุคคลและสังคมส่วนรวม การศึกษา จริยธรรมอาจศึกษาได้โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับศาสนาใด ส่วนการศึกษาศาสนาต้อง ศึกษาจริยธรรมให้ศาสนานั้นให้เข้าใจในคำสอน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น